สาวใส่ทองเส้นโตกดเงิน"คนจน" ลั่น!จะให้คืนสิทธิ์ก็ยินดี
จากกรณีโซเชียลแชร์ภาพหญิงสวมสร้อยคอทองคำเส้นโต ในมือถือบัตรคนจนพร้อมกับเงินสด 500 บาท เขียนข้อความระบุ "เราก็ได้สิทธิ์นร้า" จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบตามมาจำนวนมาก รวมถึงมีการตั้งคำถามกลับว่า หญิงรายดังกล่าวจนจริงหรือ? นอกจากนี้ยังมีบางรายเข้ามาเปิดเผยข้อมูลของหญิงรายนี้ว่าเป็นคนมีฐานะและเป็นถึงเจ้าของโรงงานน้ำแข็ง ในจ.เชียงราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นางธมลวรรณ พานแพน อายุ 36 ปี หญิงสาวในรูปที่กำลังเป็นประเด็นดราม่า เปิดเผยว่า ตนเป็นคนโพสต์ภาพดังกล่าวจริง เพียงเพื่ออยากให้เพื่อนทราบว่าสามารถกดเงินช่วยเหลือของรัฐได้เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะอวดร่ำรวยอะไร ทุกวันนี้ยังทำงานหาเช้ากินค่ำ ส่วนสร้อยคอทองคำก็เก็บเงินซื้อมา อาศัยห้องเช่าอยู่กับสามีที่ประกอบอาชีพส่งน้ำแข็ง โดยรับน้ำแข็งจากโรงงานแล้วส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ ต.บ้านดู่ และ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ทั้งนี้เพิ่งมาอยู่เชียงรายได้ประมาณ 10 เดือนเท่านั้น ก่อนหน้านี้อยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่มีงานทำอยู่บ้านเลี้ยงหลาน จึงได้ไปขอรับสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อย ส่วนมีการถ่ายถาพออกรถใหม่ที่เห็นในโซเชียลก็ซื้อรถเพื่อนำมาส่งน้ำแข็งต่อยอดกิจการ ซึ่งไม่ได้ซื้อเงินสดแต่ซื้อในช่วงที่มีโปรโมชั่นฟรีดาวน์และผ่อนต่ำ เป็นรถกระบะที่จะนำมาส่งน้ำแข็ง ส่วนที่มีการนำภาพสร้อยข้อมือและแหวนเพชรมาโชว์นั้น ไม่ใช้ภาพของตนเอง แหวนที่สวมอยู่ก็เป็นแหวนประจำราศีที่ถูกโฉลกซื้อมาในราคา 200 บาท ไม่ใช่แหวนเพชรแต่อย่างใด
"ทุกวันนี้เราหาเช้ากินค่ำตั้งใจทำงานเก็บเงิน ไม่เที่ยว ไม่ดื่มเหล้า ทำอาหารกินเองทุกมื้อ เพราะจะได้ประหยัดเงิน คนที่อยู่รอบตัวเราก็เห็นว่าเราไม่ได้ร่ำรวย เรากำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ทุกวันนี้ยังแบกน้ำแข็งใส่รถเอง แบ่งกันส่งน้ำแข็งกับสามี ส่วนสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อย หากจะให้คืนสิทธิ์ก็ยินดีเพราะเราบริสุทธิ์ใจ เราทำงานหนักทุกวันยังนอนที่นอนปิกนิกกัน 2 คน มีเพียงเงินหมุนเวียนในการส่งน้ำแข็งที่ได้จากลูกค้าและส่งให้กับโรงงานเท่านั้น" นางธมลวรรณ กล่าว
ด้านนายสุทัศน์ แก้วสิงห์ อายุ 51 ปี ชาว อ.เวียงชัย จ.เชียงราย สามี เปิดเผยว่า ได้รู้จักกับนางธมลวรรณ เมื่อช่วงต้นปี 61 โดยรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดียก็ทราบว่านางธมลวรรณ ไม่ได้มีงานทำจึงได้ชักชวนให้มาอยู่ด้วยและทำอาชีพส่งน้ำแข็งด้วยกัน ซึ่งนางธมลวรรณก็ได้เดินทางมาอยู่เชียงรายเมื่อประมาณเดือน ก.พ.61 ที่ผ่านมา ส่วนผมก็ส่งน้ำแข็งมาประมาณ 10 ปีแล้ว

