"โตโยต้านครพิงค์" สานฝัน "น้องต๊อด" นศ.พิการครึ่งท่อน ให้เข้าเซ็นสัญญาฝึกงาน 1 ปี
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา นางธนาภรณ์ พรมสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พานายชาตรี กรวัชรธาดา หรือน้องต๊อด อายุ 22 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 2 วิทยาลัยสารพัดเชียงใหม่ ซึ่งพิการครึ่งท่อน โดยก่อนหน้านี้ประกาศขอช่วยตามหาที่ฝึกงานเกี่ยวกับแผนกช่างยนต์นั้น มายังบริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด ซึ่งมีความยินดีให้ "น้องต๊อด" เข้ารับการฝึกงานที่ตรงตามความต้องการ เพื่อกรอกใบสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของบริษัท
Loading...
นางธนาภรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้พูดคุยและหารือร่วมกับน้องต๊อด ถึงการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ฝึกงาน น้องต๊อดได้พิจารณาเลือกแล้ว คือ บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ วันนี้ น้องต๊อด ได้กรอกใบสมัครเพื่อเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกงานของบริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมลงพื้นที่เยี่ยมชมและทดลองการฝึกปฏิบัติงานจริง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยมีนายอำนาจ เกียรติรุ่งวิไลกุล ผู้จัดการฝ่ายบริการ บริษัท โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ จำกัด มาร่วมเป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำในภาพรวม ก่อนเริ่มฝึกงานจริงในช่วงกลาง ต.ค.2562 เป็นต้นไป รวมระยะเวลา 1 ปี ในแผนกช่างยนต์ดังกล่าว
บริษัทโตโยต้า ได้มีการสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ซึ่งเป็นคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย ในแผนกการตลาด จำนวน 2 คน โดยในระยะต่อไป จะมีแผนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบของบริษัทฯ ให้เอื้อต่อคนพิการทุกจุดตามหลัก Universal Design สำหรับสวัสดิการที่บริษัทฯ จะมีให้น้องต๊อดในระหว่างการฝึกงาน คือ เงินเดือนจำนวนกว่า 10,000 บาท พร้อมสวัสดิการอื่นๆเช่นเดียวกับพนักงานทั่วไป ส่วนสัญญาเป็นประเภทไม่ผูกมัด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของน้องต๊อดต่อไป สำหรับน้องต๊อด บริษัทได้ให้โอกาสในการฝึกงานเป็นระยะเวลา 1 ปี ซึ่งหากสามารถทำได้ตามเกณฑ์เมาตรฐานของบริษัทจะได้รับการพิจารณาให้เป็นพนักงานประจำต่อไป
Loading...
ด้านน้องต๊อด เผยว่า ตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับโอกาส และมีหน่วยงานภาครัฐที่ช่วยให้การสนับสนุน สำหรับเหตุผลที่เลือกฝึกงานที่บริษัทโตโยต้าฯ สาขาดังกล่าว เนื่องจากได้พิจารณาจากความถนัด ทักษะความสามารถที่ได้เรียนมา และมีความชอบในสายงานนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ อีกทั้งลักษณะงานและสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมกับความพิการ รวมถึงความต่อเนื่องที่จะสามารถต่อยอดให้มีงานทำได้อย่างยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงดูตนเองได้ต่อไป


